001 – เราต้องรู้คำศัพท์กี่คำถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ ?

บล็อกแรกของ ธนกร.สเปซ ขึ้นต้นด้วยพอดแคสต์โปรด “คำนี้ดี – KND” รายการคำนี้ดีใน Episode ที่ 0 ใช่ มันคือ Episode ที่ 0 ในหัวข้อ “เราต้องรู้คำศัพท์กี่คำถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ ?” อย่างที่เราหยิบขึ้นมาเป็นหัวข้อของบล็อกนี้

มันดูแปลกที่บล็อกแรกของเว็บไซต์ของเราจะไม่ได้เล่าเรื่องตัวเอง เพราะเราก็เคยอธิบายละเอียดยิบในหน้า เกี่ยวกับเรา ไปแล้ว แต่ก็คงไม่แปลกนักที่เราจะเล่าถึงพอดแคสต์ที่เรารัก “คำนี้ดี” จาก บิ๊กบุญ หรือ บิ๊ก – ภูมิชาย บุญสินสุข ผ่านสถานีของ THE STANDARD

ธนกร, บล็อกแรกของเว็บไซต์

รายการถูกเริ่มขึ้นด้วยการแนะนำตัวจากผู้ชายคนหนึ่งที่มีนามปากกาว่า “บิ๊กบุญ” หรือ ภูมิชาย บุญสินสุข (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พี่บิ๊กบุญ) เขาแนะนำตัวด้วยชื่อ นามปากกา ผลงานและประสบการณ์ชีวิตอย่างมากมายในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งหนังสือที่เขาเองเขียนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษในหลาย ๆ เล่มของเขา เช่น ศัพท์หมู, เจ็บนิดเดียวเดี๋ยวก็เช้า, เหมือนจะเหมือน, พี่หมีหนวดกวดอังกฤษ ฯลฯ และหนึ่งในหนังสือของเขาที่เป็นต้นกำเนิดรายการนี้ คือหนังสือที่ชื่อว่า “คำนี้ดี” รายการนี้เกิดขึ้นได้เพราะพี่บิ๊กบุญชอบภาษาอังกฤษ และเป็นคนทำสื่อคนนึงที่ต้องการจะสร้างรายการภาษาอังกฤษที่ไม่ใช่การสอนและการติวแต่อย่างใด และรายการนี้จะเน้นภาษาอังกฤษที่เอาไว้ใช้ และไม่ได้เอาไว้สอบ คอนเซปต์ของรายการฟังดูดี และเข้ากับคนขี้เบื่ออย่างเราเป็นอย่างมาก พี่บิ๊กบุญบอกสาเหตุที่ทำรายการเกี่ยวกับคำศัพท์เอาไว้ว่า “ผมเชื่อว่าเรื่องการสะสมคำเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเรียนภาษาใดก็ตาม ต่อให้เราพูดไม่คล่อง เนื่องจากเราไม่ค่อยได้พูด แต่ขอให้เราสะสมคำเอาไว้มาก ๆ เราก็จะเสพเนื้อหาต่าง ๆ ได้มากขึ้น สนุกขึ้น และต่อยอดได้ในที่สุด” และสุดท้าย พี่บิ๊กบุญทำพอดแคสต์นี้เพื่อ ตัวเอง

Teaching is the best way to learn

พี่บิ๊กบุญเล่าต่อว่า เขาเองก็มีปมกับคำว่าสอน เพราะไม่ได้เชื่อว่าตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะไปสอนใคร แต่พอเจอคำว่า Teaching is the best way to learn จึงทำให้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวเองทำให้เห็นอีกมุมว่าการสอน ไม่ได้ทำให้เราถือตนว่าจะเก่งกว่าคนอื่นเสมอไป แต่การสอนจะทำให้เราได้ทบทวน พัฒนาตัวเองมากขึ้น เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันให้กับผู้อื่นต่อไป พอดแคสต์นี้ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งให้กับพี่บิ๊กบุญหาเรื่องได้ใช้ภาษาอังกฤษต่อไป โดยพอดแคสต์นี้ถือกำเนิดหลังจาก พี่บิ๊กบุญได้ฟังพอดแคสต์จาก Mission to the moon จากคุณ รวิศ หาญอุตสาหะ และเกิดแรงบันดาลใจในเวลาต่อมา

พี่บิ๊กบุญต่อ ฟังคำนี้ดีแล้วจะได้ศัพท์ สำหรับพี่บิ๊กบุญ ความสนุกของการสะสมคำศัพท์คือทำให้เขานั้น ได้ดูหนังสนุกขึ้น ฟังเพลงเพราะขึ้น พอเข้าใจแล้ว ก็ทำให้เราอยากจะค้นคว้าต่อได้มากขึ้น สำหรับผู้ฟังวัยเรียน ถ้ามีศัพท์เยอะ ก็เหมือนมีทรัพย์ที่มากกว่า ต่อยอด และเรียนสิ่งที่สนใจได้มากกว่า นี่ยังรวมถึงโอกาสในการทำตามฝัน เช่น อาชีพในฝัน ก็อาจจะมีมากกว่า

ไม่มีใครฟังพอดแคสต์แล้วพูดภาษาอังกฤษอังกฤษเก่งขึ้นได้ ถ้าคุณไม่พูด ฉะนั้น อยากพูดภาษาอังกฤษเก่ง ต้องฟังและพูดด้วยตัวเอง

แล้วสรุปเราต้องรู้คำศัพท์กี่คำถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ ?

เป็นหนึ่งคำถามที่พี่บิ๊กบุญเองก็สงสัย ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า ในภาษาอังกฤษมีคำทั้งหมดกี่คำกันแน่

How many words are there in the English language?

(ในภาษาอังกฤษมีทั้งหมดกี่คำ?) พี่บิ๊กบุญเริ่มค้นหามันบนเครื่องมือค้นหายอดฮิต Google

  • oxfordlearnersdictionaries.com ออกตัวก่อนเลยว่า มันนับยาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีถึง A quarter of million. (ประมาณ 250,000 คำ)
  • merriam-webster.com บอกว่า dictionary ของเขา มีทั้งหมด 470,000 entries
  • และอีกเว็บหนึ่งก็บอกว่ามันมีมากกว่า 900,000 คำ

How many words do I need to know to be fluent in English?

(ต้องรู้กี่คำถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ?) พี่บิ๊กบุญค้นหาต่อ

หลายแหล่งบอกใกล้เคียงกันมาว่า หากต้องการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว จะต้องรู้คำศัพท์อย่างน้อยประมาณ 10,000 คำ พร้อมหมายเหตุว่า ถ้าต้องการเป็น Native ที่มีระดับการศึกษาที่ดี ก็จะต้องรู้คำศัพท์ประมาณ 20,000 ถึง 25,000 คำ

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเรารู้คำศัพท์ไปแล้วทั้งสิ้นกี่คำ ?

หากจะต้องเปิดพจนานุกรมแล้วไล่ติ๊กว่าคำศัพท์ไหนรู้จักหรือไม่รู้จัก เรียงจาก A ถึง Z น่าจะใช้เวลานับเดือน กว่าจะได้คำตอบ พี่บิ๊กบุญเล่าต่อว่า ตนเองเริ่มศึกษาคำศัพท์เมื่ออายุประมาณ 9-10 ปี นับถึงวันนี้ สะสมศัพท์มาแล้วทั้งสิ้น 37 ปี และเริ่มใช้ภาษาอังกฤษอย่างจริงจังในอาชีพการงานใน 25 ปีหลัง แต่เขาก็ยังเจอศัพท์ที่ไม่รู้จักอยู่ทุกวัน นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้เขารู้ว่า คงไม่มีหรอกจำนวนคำศัพท์ที่เพียงพอ จนไม่ต้องเรียนรู้คำศัพท์อีกต่อไป ตราบใดที่ยังต้องใช้ชีวิตกับคำพูดในทุก ๆ วัน ที่ทุก ๆ ภาษามีการเปลี่ยนแปลงและเติบโตทุกวัน มีคำใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่กำเนิดรายการ คำนี้ดี ที่เป็นพอดแคสต์คำศัพท์แบบรายวัน เพราะบิ๊กบุญเชื่อว่า ความถี่ มีผลในการเรียนภาษา มากกว่าปริมาณ เรียนภาษาอังกฤษให้เหมือนดื่มน้ำ

นอกจากนี้บิ๊กบุญยังคงดำเนินรายการใน Episode ที่ 0 ต่อไปอีก 4 นาทีก่อนจะจบ Episode ลงด้วยความยาว 17 นาที กับอีก 9 วินาที และยังมี Episode ใหม่ ๆ มาเสมอ จนปัจจุบัน รายการคำนี้ดี ออกอากาศแล้วทั้งสิ้น 697 Episode และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของรายการ คำนี้ดี บนคอนเซปต์ที่ว่า “สะสมคำทุกวัน วันละนิด ภาษาอังกฤษแข็งแรง”